Close
ทำไมค่ายดิสนีย์ ถึงสร้างภาพยนตร์รีเมคหลายเรื่องในปัจจุบัน

ทำไมค่ายดิสนีย์ ถึงสร้างภาพยนตร์รีเมคหลายเรื่องในปัจจุบัน

Walt Disney เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก นอกจากโลกของภาพยนตร์ ที่เป็นเจ้าของการ์ตูนมากมายหลายเรื่อง อย่าง มิคกี้เมาส์, พิน็อคคิโอ้, สโนไวท์ และตัวการ์ตูนขวัญใจเด็ก ๆ ทั้งโลก นอกจากนี้ Disney ยังเป็นนักบุกเบิกแอนิเมชั่นของอเมริกา และเป็นเจ้าแรกที่สร้างภาพยนตร์การ์ตูนแบบสี โดยก่อตั้ง The Walt Disney Company ในปี 2017 ที่ผ่านมา บริษัทวอลต์ดิสนีย์ มีรายได้รวมอยู่ที่ 55 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มีทรัพย์สินทั้งหมดรวม 91 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำกำไรไป 8,990 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีมูลค่าราคาตลาดอยู่ที่ 178 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

Disney กับ Pixar คว้ารางวัลสาขากลับบ้านไปแล้วกี่ครั้ง

ทาง Disney กับ Pixar คว้ารางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยมมาแล้ว 12 ครั้ง จากการแจกรางวัลทั้งหมด 18 ครั้ง ซึ่งภาพยนตร์ของทาง Pixar ได้รางวัลไป 9 ครั้ง และได้ในชื่อของ Disney อยู่ 3 ครั้ง

ดังนั้นถ้าเปลี่ยนคำถามว่า แล้วภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ Disney เป็นผู้จัดจำหน่าย ได้ไปแล้วกี่ครั้ง รางวัลออสการ์ที่ Disney/Pixar เคยได้รับก็จะกลายเป็น 13 ครั้งแทน เนื่องจากภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away ของทาง Studio Ghibli ถูกจัดจำหน่ายในอเมริกาโดยทาง Disney แต่ถ้าจะนับจำนวนกันจริง ๆ ต้องนับรางวัลจากสตูดิโอของผู้สร้างน่าจะถูกต้องกว่า ซึ่งถ้าเรียบเรียงรายชื่อภาพยนตร์ที่ทาง Disney/Pixar ได้รางวัลก็จะเป็นรายชื่อดังนี้

  • Finding Nemo ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 76 เมื่อปี 2004
  • The Incredibles ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 77 เมื่อปี 2005
  • Ratatouille ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 80 เมื่อปี 2008
  • WALL-E ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 81 เมื่อปี 2009
  • Up ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 82 เมื่อปี 2010
  • Toy Story 3 ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 83 เมื่อปี 2011
  • Brave ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 เมื่อปี 2013
  • Frozen ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 86 เมื่อปี 2014
  • Big Hero 6 ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 เมื่อปี 2015
  • Inside Out ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 88 เมื่อปี 2016
  • Zootopia ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 89 เมื่อปี 2017
  • Coco ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 90 เมื่อปี 2018

ความสำเร็จของ DISNEY

ในปัจจุบันมีสตูดิโอภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ 7 แห่ง ประกอบไปด้วย 20th Century Fox, Disney, Lionsgate, Paramount, Sony, Universal และ Warner Bros ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 85% ในตลาดภาพยนตร์ปัจจุบัน ดังนี้

  • อันดับ 1 Disney 23 เรื่อง
  • อันดับ 2 Universal 7 เรื่อง
  • อันดับ 3 Warner Bros 6 เรื่อง
  • อันดับ 4 Paramount 3 เรื่อง
  • อันดับ 5 และ 6 คือ Fox และ Sony เท่ากันที่ 2 เรื่อง

โดยในปี 2019 เพียงปีเดียว Disney มีหนังพันล้านทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ Avengers: Endgame ภาพยนตร์ที่ทำเงินมากที่สุดของโลก อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ Disney ประสบความสำเร็จมากกว่าค่ายอื่นที่เหลือและที่น่าคิดคือ Disney ผลิตภาพยนตร์ในแต่ละปีน้อยกว่า เจ้าอื่นเสียอีก

เพราะในปี 2005 บริษัทตัดสินใจแต่งตั้ง CEO คนใหม่ ชื่อ Bob Iger เปลี่ยนกลยุทธ์การสร้างภาพยนตร์ของ Disney โดยลดจำนวนภาพยนตร์ในแต่ละปีลง จากปีละ 40-50 เรื่อง เหลือปีละประมาณ 15 เรื่อง การลดจำนวนลง ทำให้บริษัทสามารถทุ่มเททรัพยากร ทั้งเงินและทีมงานไปที่หนังแต่ละเรื่องได้มากขึ้น ไม่เน้นปริมาณ แต่โฟกัสที่คุณภาพ นอกจากนี้ Iger ยังดำเนินกลยุทธ์อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการควบรวมแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลังจากเขาเข้ามาเป็น CEO ได้เพียง 1 ปี บริษัทก็ตัดสินใจซื้อ Pixar ในปี 2006 ตามมาด้วย Marvel ในปี 2009 Lucasfilm เจ้าของ Star Wars ในปี 2012 และล่าสุดคือ 20th Century Fox ในปี 2018 กลยุทธ์ของ Iger ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา Disney มีส่วนแบ่งการตลาด 26% และเมื่อรวมกับ Fox แล้ว จะมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 35%

ด้วยเหตุผลและตัวเลขเหล่านี้ Disney จึงเป็นบริษัทที่มีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจภาพยนตร์สูงที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา จากเรื่องนี้ถ้าถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ Disney เป็นผู้นำในวงการภาพยนตร์ เพราะ Disney นั้นโฟกัสที่ภาพยนตร์แต่ละเรื่องมากขึ้น และโฟกัสไปที่แฟรนไชส์ที่ดังระดับโลกจริง ๆ ส่งผลให้ Disney สร้างภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ และมาจากเรื่องราวที่ผู้ชมคุ้นเคย

เรื่องที่น่าสนใจคือ การแข่งขันในธุรกิจภาพยนตร์กำลังเปลี่ยนไป ในอดีต โรงภาพยนตร์คือช่องทางหลัก แต่ในปัจจุบันเรากำลังดูหนังผ่านมือถือ หรือแท็บเล็ตกันมากขึ้น คู่แข่งของ Disney นอกจาก ทั้ง 7 แล้ว ยังต้องรวม Netflix เข้าไปด้วย

Disney จึงประกาศสร้าง Streaming ของบริษัทในชื่อ Disney+ โดยตั้งราคาถูกกว่า Netflix ประมาณ 20-25% บริษัทยังประกาศสร้างซีรีส์จากแฟรนไชส์ชื่อดังทั้ง Pixar, Marvel และ Star Wars โดยมีงบลงทุนถึง 450-600 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

ข้อสรุป

จากความสำเร็จมากมายและประสบการณ์บริหารของ Disney ทำให้เรารู้ว่า Disney ทำไหมถึงผลิตภาพยนตร์คุณภาพอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน คุณภาพที่การันตีรางวัล การตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างเท่าทันโลกสมัยใหม่ ไม่แปลกที่ Disney จะผลิตผลงานภาพยนตร์ต่อๆ ไป

 

คุณอาจชอบ:

Best Thai News Portal