Close
Android Auto รู้จักจอแอนดรอยติดรถยนต์ก่อนใช้งาน

Android Auto รู้จักจอแอนดรอยติดรถยนต์ก่อนใช้งาน

หลายคนอาจจะได้เคยใช้ android auto กันบ้างแล้ว เพราะปัจจุบันประเทศไทยสามารถใช้ได้อย่างเป็นทางการ แต่สำหรับผู้ที่อาจจะยังไม่รู้จัก หรือยังไม่เคยใช้ หรืออาจจะยังมีข้อสงสัยต่าง ๆ ว่าต้องทำอย่างไร รถยนต์ที่ใช้อยู่นั้นรองรับหรือไม่ รายละเอียดต่าง ๆ ใน google play ก็ไม่มีแจ้ง และที่สำคัญหลายคนไม่รู้ว่าต้องไปโหลดที่ไหน ทำให้ยังไม่มีโอกาสได้ใช้งานจริง ๆ แล้วปัจจุบันนั้นไม่ต้องดาวน์โหลดแล้ว เพราะรองรับการใช้งานในประเทศไทย ฉะนั้นลองมาดูข้อมูลที่ควรทราบก่อนเริ่มใช้งานกันดีกว่า

Android Auto คืออะไร

android auto คือแอพพลิเคชั่นมือตัวหนึ่ง พัฒนาโดยทีม google โดยได้นำฟีเจอร์การใช้งานบนมือถือหรือแท็บเลตที่เป็น android ผนวกเข้ากับอุปกรณ์เทคโนโลยีในรถยนต์ อย่างเช่นหน้า จอแอนดรอย ที่รองรับระบบ google สำหรับตัวแอพลิเคชั่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 โดยเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมรถยนต์อนาคต (Open Automotive Alliance) ซึ่งค่ายรถยนต์ชั้นนำได้ตกลงร่วมกันว่าจะนำไปใช้งาน โดยเริ่มแรกนั้นจะมีค่ายรถยนต์ไม่กี่เจ้าเข้าร่วม และโดยมากจะใช้ได้กับรถยนต์รุ่นใหม่ วิธีใช้งานเริ่มต้นจะใช้การเสียบตัว android เชื่อมต่อกับพอร์ตในรถยนต์ เพียงเท่านี้บนหน้า จอแอนดรอย รถยนต์ก็จะแสดงแอพพลิเคชั่นที่รองรับ

ในส่วนของการใช้งานโปรแกรมนี้นั้น ผู้ใช้สามารถนำไปปรับแต่ง ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ส่วนตัวได้ มีระบบลดการรบกวนสายตาบนถนน มีระบบกลุ่มแผนที่นำทาง สามารถเล่นเพลงและรับส่งข้อความได้ รวมถึงโทรเข้าโทรออก ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการขณะเดินทาง ควบคุมจากหน้า จอแอนดรอยติดรถยนต์ ด้วยปุ่มต่าง ๆ ที่อยู่บน head unit โดยตัวแอพลิเคชั่นจะเน้นการใช้งานผ่านเสียงเป็นหลัก เพื่อลดการรบกวนขณะขับรถ

เริ่มแรกที่เปิดตัวมานั้นจะต้อง เชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับรถยนต์ด้วยสาย USB แต่ในปัจจุบันสามารถส่งผ่าน Wifi ได้ เชื่อมต่อแบบส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์หน้า จอแอนดรอยติดรถยนต์ แสดงผลบนแผงคอนโซล ที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่า ใช้งานผ่านแผงคอนโซลแทนที่จะเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์นั้นมีด้วยกัน 4 แบบดังนี้

  • เสียง (audio)
  • ภาพ (display)
  • เซ็นเซอร์ (sensors)
  • การสั่งงาน (input) เช่น การกดปุ่ม เป็นต้น

จุดเด่นของมันอยู่ที่การใช้งานแอพพลิเคชั่นการเดินทางอย่าง Google Maps ที่แสดงเส้นทางและรูปแบบแผนที่ ที่ใช้งานง่ายและดูเส้นทางได้จริง และยังมีส่วนของมิเดียอย่างฟังก์ชั่นการฟังเพลง ระบบค้นหาด้วยเสียง โดยทาง google ได้ปรับปรุงระบบเสียงให้มีความหลากหลาย จึงสั่งงานได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับเวอร์ชั่นใหม่จะรองรับ Media Service โดยจะใช้ได้กับ ทั้ง Android Auto/Wear และเพิ่มฟังก์ชั่น Messaging ที่สามารถส่งข้อความผ่านเสียงได้ และในอนาคตอาจมีการรองรรับระบบ SMS ด้วยการเขียนข้อความด้วยเสียงอีกด้วย

Car รุ่นที่รองรับ Android Auto ในประเทศไทย

หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวในยุคแรก ๆ นั้น ยังไม่มีการใช้งานอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉะนั้นจึงยังรองรับไม่กี่รุ่น และส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นที่ออกใหม่ในปี 2018 – 2019 เท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้น ได้ลิสต์รายชื่อค่ายรถยนต์ที่รองรับในขณะที่ยังไม่มีการเปิดตัวในประเทศไทย มีรายชื่อดังต่อไปนี้

  • Chevrolet
  • Ford
  • Ford Everest
  • Ford Focus 2017
  • Honda
  • Honda Civic ตั้งแต่ปี 2016
  • Honda HRV ปี 2018
  • Mazda
  • Mazda 2 ตั้งแต่ปี 2016 (ต้องมีการอัพเดท)
  • Mazda 3 ตั้งแต่ปี 2016 (ต้องมีการอัพเดท)
  • Mercedez Benz ตั้งแต่ปี 2017 ขึ้นไป
  • Mercedez Benz E350e
  • Nissan
  • Nissan Note
  • BMW
  • Lexus
  • Toyota
  • Jaguar และ Land Rover

แต่ปัจจุบันมีการเปิดใช้งาน Android Auto อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉะนั้นจึงมีความหลากหลายในการใช้งานมากขึ้นแล้ว สามารถทดสอบดูว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ ด้วยการเสียบสายต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน ที่รองรับระบบ android 11 ขึ้นไป

วิธีติดตั้งเชื่อมต่อและโหลดแอพ

ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้น รถยนต์ที่รองรับระบบสามารถต่อสายกับ USB เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์กับรถยนต์ได้เลย ระบบจะตั้งค่าให้อัตโนมัติแต่สมาร์ทโฟนจะต้องมีแอพพลิเคชั่นอยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นระบบจะค้นหาไม่เจอ เมื่อตอนที่เปิดตัวใหม่ ๆ นั้นประเทศไทยยังไม่ได้เปิดให้บริการ จะต้องใช้งานผ่านการโหลดใน google play ในประเทศที่รองรับแล้ว โดยสามารถติดตั้งได้ดังนี้

  1. โหลดเอาจาก google play ในประเทศที่รองรับ

หากต้องการติดตั้งและใน google play ไม่มีให้ โหลด เพล ย์ สโตร์ ลงมือ ถือ ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อ VPN และเลือกประเทศที่รองรับได้ เพื่อค้นหาตัวโปรแกรม สำหรับโหลด เมื่อโหลดและติดตั้งแล้ว ให้ย้ายกลับมาที่ประเทศไทยเหมือนเดิม โดยจะยังสามารถใช้แอพพลิเคชั่นได้อยู่ เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยมากที่สุด

  1. ลง APK ติดตั้งเองผ่านเว็บไซต์

ปัจจุบันมีการปล่อยตัว android auto apk ให้ โหลด เพล ย์ สโตร์ ลงมือ ถือ เป็นอีกทางเลือกของคนไม่ต้องการต่อ VPN แต่เป็นช่องทางที่ค่อนข่างเสี่ยง เพราะหากไปโหลดตัว android auto apk ที่แฝงมัลแวร์เอาไว้ อาจทำให้สมาร์ทโฟนเสียหายได้ ฉะนั้นควรเลือกเว็บดาวน์โหลดให้ดี ดูให้ได้มาตรฐานอย่าโหลดมั่ว

  1. อัปเดต ANDROID เป็นเวอร์ชั่น 10

สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันที่รองรับ android นั้น ให้อัปเดตเป็นเวอร์ชั่น 10 ขึ้นไป ก็จะมีแอพพลิเคชั่น android auto apk ให้ดาวน์โหลด เพราะปัจจุบันประเทศไทยรองรับแอพฯนี้แล้ว

โทรศัพท์ของฉันจะรองรับ Android Auto หรือไม่

สำหรับผู้ใช้งานที่ยังไม่แน่ใจว่าสมาร์ทโฟนของตนนั้น สามารถใช้งาน android auto apk ได้หรือไม่ ให้ดูว่าระบบ Android ที่ใช้งานเป็นเวอร์ชั่นไหน หากเป็นเวอร์ชั่น 10 ขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อกับรถยนต์ได้แบบระบบไร้สาย ซึ่งส่วนของ Head unit จะรองรับ wi-fi ทำให้สามารถเชื่อมต่อได้เลย โดยที่ไม่ต้องต่อจากสาย USB โดยมากสมาร์ทโฟนจากค่าย Pixel, Nexus หรือ Samsung จะรองรับระบบนี้

ฉันสามารถเพิ่ม Android Auto ให้กับรถรุ่นเก่าได้หรือไม่?

สำหรับรถยนต์รุ่นเก่านั้น ให้ลองตรวจสอบดูก่อน เริ่มต้นจากการตรวจสอบสมาร์ทโฟนที่ใช้งาน เป็นเวอร์ชั่น 10 ขึ้นไปหรือไม่ หากเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วก็ไม่นำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่ม แต่หากเป็นเวอร์ชั่นที่ต่ำกว่าให้ไปโหลด android auto apk ใน google play ซึ่งสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานจะต้องอนุญาตให้ทำการโอนถ่ายข้อมูล เพื่อให้ android auto apk ทำงานได้ดีขึ้น

เมื่อมีอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นพร้อมแล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อดูสำหรับรถยนต์รุ่นเก่า แนะนำให้เชื่อมต่อผ่าน USB หากหน้า จอแอนดรอย แสดงการตั้งค่าและเชื่อมต่อ แสดงว่ารถยนต์ของผู้ใช้งานสามารถใช้ได้ แนะนำให้ใช้สายเคเบิล USB ที่มีคุณภาพสักหน่อย เพราะส่วนนี้จะส่งผลต่อความเร็วในการรับส่งข้อมูล แนะนำให้ใช้สาย USB แท้ที่ติดมากับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน

มีทางเลือกอื่นหรือไม่?

หากไม่สามารถใช้ android auto ได้จริง ๆ ก็สามารถใช้ google map แทนได้ โดยหน้าจอบนรถยนต์จะต้องรองรับการเชื่อมต่อ USB กับสมาร์ทโฟน ก็จะสะดวกหน่อยในการขับขี่ แต่ในส่วนของฟังก์ชั่นอื่น ๆ อาจจะไม่สามารถใช้ได้ ส่วนใหญ่แล้วรถยนต์ที่ไม่สามารถใช้ได้จะเป็นรถรุ่นเก่ามาก ๆ และอีกสาเหตุคือสมาร์ทโฟนที่ใช้นั้น Android เวอร์ชั่นต่ำเกินไป หากมีโอกาสลองเปลี่ยนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ และทำการเชื่อมต่อดู ก็มีโอกาสใช้ได้เช่นกัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิต การใช้งานจึงตอบโจทย์และสะดวกกับการขับขี่มากกว่า หลายคนอาจจะคุ้นชินกับการขับขี่แบบเดิม แต่หากลองได้มาใช้แอพพลิเคชั่นนี้จะรู้เลยว่า การสั่งงานสิ่งต่าง ๆ ผ่านแอพฯนั้นทำให้การขับขี่ง่ายมากเลยจริง ๆ ไม่ต้องคอยเพ่งมองจอเล็ก ๆ เพื่อดูเส้นทาง เพราะสามารถเชื่อมต่อกับจอรถยนต์เพื่อขยายเส้นทางได้ อยากฟังเพลงก็เพียงแค่สั่งการด้วยเสียง ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อมากดหาคลื่นวิทยุ นับว่าควรมีติดตั้งไว้ในรถยนต์

 

อ่านโพสต์เพิ่มเติมในพอร์ทัลของเรา:

Best Thai News Portal